น้ำมันมะพร้าวช่วยให้ผิวสวยได้อย่างไร ?

น้ำมันมะพร้าวที่บริโภคเข้าไปนั้น สาว ๆ รู้ไหมว่ามีประโยชน์กับเราอย่างไรบ้าง นอกจากการทำให้ผิวพรรณสวยขึ้นแล้ว การบำรุงผิวพรรณด้วยการชะโลมน้ำมันมะพร้าวนั้นก็จะเข้าบำรุงสู่ผิวโดยตรง ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับนั้น ก็คือ …

1. ผิวดูอ่อนวัย

น้ำมันมะพร้าว เป็นกรดไขมันอิ่มตัว ที่โมเลกุลมีความอยู่ตัวสูง จึงไม่เกิดการเติมออกซิเจน ที่เป็นตัวการของการเกิดอนุมูลอิสระ ยิ่งไปกว่านั้น น้ำมันมะพร้าวยังมีแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยต่อต้านการเติมออกซิเจนที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ที่ทำให้เซลล์ได้รับอันตราย ช่วยกำจัดชั้นเซลล์ผิวหนังที่ถึงอายุขัย และตายทับถมกันจนผิวหนังแห้ง ให้หลุดออกไปจากผิวหนัง และกระตุ้นให้เกิดเซลล์ใหม่ ทำให้ผิวพรรณดูอ่อนวัย ปราศจากรอยเหี่ยวย่น และอาการชราภาพก่อนวัย

2. ผิวนุ่ม ชุ่ม เนียน

น้ำมันมะพร้าวแทรกซึมเข้าไปใต้ผิวหนังอย่างรวดเร็ว ทำหน้าที่เป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังเป็นอย่างดี ทั้งนี้ก็เพราะน้ำมันมะพร้าว เป็นสารตัวเดียวกันกับน้ำมันธรรมชาติที่มีอยู่ในต่อมขุมขนใต้ผิวหนัง จึงช่วยทำให้ผิวหนังอ่อนนุ่ม ชุ่มน้ำ และเนียน ซึ่งผิดกับเครื่องสำอาง ซึ่งประกอบด้วยน้ำมันแร่หรือน้ำมันทานตะวัน ที่เพียงแต่นำน้ำเข้าไปสู่ผิวอย่างชั่วคราว ไม่นานก็ระเหยออกหมด และผิวก็จะกลับมาเหี่ยวย่นยิ่งไปกว่าเดิม

3. ป้องกันและรักษาฝ้า กระ จุดหรือรอยบุ๋ม

น้ำมันมะพร้าว มีกรดลอริก ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นโมโนลอริน ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของฝ้า (รอยดำคล้ำ หรือปื้นสีน้ำตาลอ่อน) กระ (รอยสีน้ำตาลที่ไม่นูน) จุด หรือรอยบุ๋ม อีกทั้งยังมีสารต่อต้านการเติมออกซิเจน หรือแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผิวหนัง ซึ่งมาจากแสงแดด ผิวพรรณจึงปราศจากสิวฝ้า ฯลฯ

4. ป้องกันและรักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน

น้ำมันมะพร้าวช่วยรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อโรคผิวหนัง เช่น โรคสะเก็ดเงิน และโรคผิวหนังอักเสบ ซึ่งมีหลายชนิด เช่นโรคผิวหนังที่เป็นผื่นแดง อักเสบ แสบคัน มีน้ำเหลือง และเกิดสะเก็ด และโรคผิวหนังติดเชื้ออื่น ๆ

5. ป้องกันและรักษาการเกิดไหม้เกรียมเพราะถูกแสงแดด

น้ำมันมะพร้าวช่วยป้องกันการอักเสบ หรือไหม้เกรียมของผิวหนัง เนื่องจากถูกแสงแดด เป็นเวลานาน เนื่องจากมีสารต่อต้านการเติมออกซิเจน ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้น เราจึงใช้น้ำมันมะพร้าวเป็นยากันแดดได้ดี อีกทั้งยังไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนยากันแดดส่วนมาก และราคาก็ถูกกว่าด้วย แต่น้ำมันมะพร้าวจะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับน้ำมันที่ท่านบริโภค หากเป็นน้ำมันไม่อิ่มตัว เช่นน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพด ฯลฯ จะทำให้ไหม้เกรียมเพราะถูกแดดได้ง่าย ถึงแม้ว่าท่านจะรับประทานน้ำมันมะพร้าวทุกวันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน แต่ถ้าท่านบริโภคน้ำมันไม่อิ่มตัวมามากก่อนหน้านั้น ผิวหนังของท่านก็จะมีน้ำมันไม่อิ่มตัวสะสมอยู่ ทำให้เกิดรอยไหม้เกรียมเมื่อถูกกับแสงแดดได้ง่าย

นอกจากจะป้องกันแล้ว น้ำมันมะพร้าวยังรักษาอาการไหม้เกรียมเป็นสีแดงของผิวหนังเมื่อถูกกับแสงแดดเป็นเวลานานโดยผิวหนังที่ทานวดด้วยน้ำมันมะพร้าวจะหายแดง และหายปวดแสบปวดร้อน ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

6. ป้องกันริมฝีปากแตก

น้ำมันมะพร้าวทำหน้าที่เป็นยาทากันริมฝีปากแตกได้ดี เพราะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ริมฝีปาก โดยปกติ หน้าหนาว อากาศแห้ง หลายคนจึงมีริมฝีปากแตก หากได้ใช้ lip balm ที่ทำมาจากน้ำมันมะพร้าว จะช่วยไม่ให้ริมฝีปากแตก

7. รักษาพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย

นอกจากจะทำให้คัน หรือปวดแสบปวดร้อนแล้ว พิษจากแมลงและสัตว์บางชนิดที่กัดหรือต่อย หรือแม้แต่ถูกตัวมัน ก็ทำให้เป็นผื่นแดง ซึ่งจะรักษาได้โดยใช้น้ำมันมะพร้าวมาถูบริเวณที่เป็นผื่นแดง ไม่นานผื่นแดงนั้นก็จะหายไป พร้อมทั้งอาการคันหรือปวดแสบปวดร้อน

8. ป้องกันและรักษาโรคมะเร็งผิวหนัง

นอกจากจะทำให้ผิวหนังดูอ่อนวัยแล้ว น้ำมันมะพร้าวซึ่งถูกดูดซึมเข้าไปในผิวหนังได้ง่าย เพราะมีโมเลกุลขนาดเล็ก ยังช่วยสร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์ผิวหนัง ทั้งด้านผิวนอก และส่วนลึกเข้าไปข้างใน จึงช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสสระได้ อันส่งผลให้สามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้เป็นอย่างดี

นอกจากจะทำให้ผิวหนังไม่สวย เป็นผื่น หยาบกระด้าง ฯลฯ แล้ว มะเร็งผิวหนังยังอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เช่นมะเร็งเม็ดสีผิว เนื่องจากน้ำมันมะพร้าว มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ช่วยต่อต้านการเติมออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงสามารถต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ นอกจากนั้น Fife (2006) ยังได้แสดงให้เห็นว่า น้ำมันมะพร้าวสามารถรักษามะเร็งเม็ดสีผิวได้อีกด้วย

เห็นคุณประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวแบบนี้แล้ว ยังไงสาว ๆ ก็อย่าลืมหมั่นบำรุงผิวกันนะคะ จะได้สวย ๆ สดใส กันถ้วนหน้าเลย ^^

ขอขอบคุณข้อมูลจาก kapook.com

Facebook Comments